ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม | เข้าระบบ |
 
หน้าแรก_ท่องเที่ยว ห้องสนทนา_ท่องเที่ยว ลงข้อมูลท่องเที่ยวฟรี! ติดต่อเรา_noktour
ติดต่อเรา Webboard
ชวนเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง
  Posted on มกราคม 4th, 2013
featured
รายละเอียดการเดินทาง
วันที่ลงข้อมูลท่องเที่ยว: มกราคม 4th, 2013
จังหวัดที่ท่องเที่ยว: ภูกระดึง จ.เลย
ข้อมูลท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นภูเขายอดตัดที่เมื่อมองจากมุมสูงเห็นเป็นรูปใบบอนหรือรูปหัวใจนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เนื่องจากบนยอดภูมีสภาพแวดล้อมที่สวยงามหลากหลาย ทั้งทุ่งใหญ่ป่าสน น้ำตกหลายแห่ง และหน้าผาที่เป็นจุดชมทิวทัศน์ได้อย่างกว้างไกล หนทางที่ชันและยาวไกลจนเป็นที่ร่ำลือถึงความยากลำบากแม้จะเป็นอุปสรรคขวางกั้น แต่นั่นก็กลับเป็นสิ่งกระตุ้นและท้าทายให้นักท่องเที่ยวมุ่งหน้ามา เพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน “ผู้พิชิตภูกระดึง” ดังนั้นเมื่อฤดูหนาวซึ่งเป็นเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวมาถึง นักท่องเที่ยวนับพันนับหมื่นจึงเดินทางเข้าสู่ยอดภูแห่งนี้ 

- ปิดเดือน มิ.ย.-ก.ย. เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว
- ค่าธรรมเนียม คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่าง ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท รถยนต์ 30 บาท มอเตอร์ไซค์ 20 บาท จักรยาน 10 บาท
- มีบ้านพัก เต็นท์ให้เช่า และห้องน้ำ
- มีร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เชิงภู ระหว่างทางขึ้นภู และบนภู
- มีร้านขายสินค้าที่ระลึก
- มีบริการหาบสัมภาระ
- ชำระค่าธรรมเนียมและติดต่อที่พักที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเดินขึ้นภู
- ติดต่อที่ อช.ภูกระดึง ต.ศรีฐาน อ.ภูกระดึง จ.เลย โทร.0-4287 -1333,0-4287-1458

ที่ตั้งและการเดินทาง ที่ทำการตั้งอยู่บริเวณเชิงภูในเขต ต.ศรีย่าน อ.ภูกระดึง

รถยนต์ส่วนตัว จาก อ.เมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ไปทาง อ.ภูกระดึง ถึง อ.ภูกระดึงให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2019 ทางจะไปสิ้นสุดที่ที่ทำการ รวมระยะทางประมาณ 80 กม. (หากมาจากทางใต้ของจังหวัด ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่าน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น เมื่อเข้าเขต จ.เลย จะผ่านบ้านผานกเค้า จากนั้นให้ตรงไปอีกประมาณ 8 กม. พบสามแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 แล้วตรงไปจนถึงที่ทำการ) 

รถประจำทาง จาก อ.เมืองเลย ขึ้นรถสายเลย-ขอนแก่นลงที่บ้านผานกเค้า (หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นรพโดยสารกรุงเทพฯ-เลย ลงที่บ้านผานกเค้า แล้วต่อรถสองแถวสายผานกเค้า อช.ภูกระดึง ลงที่ที่ทำการ หากมาเป็นหมู่คณะ สามารถเหมารถไปส่งได้ ราคาเที่ยวละ 300 บาท)

ประวัติ คำว่า “ภู” หมายถึงภูเขา “กระดึง” หมายถึงระฆัง ภูกระดึงจึงหมายถึงภูเขาแห่งระฆัง หรือระฆังใบใหญ่ มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า มักมีผู้ได้ยินเสียงระฆังดังก้องมาจากบนภู โดยเฉพาะในวันพระ ภูเขาใหญ่แห่งนี้จึงถูกเรียกขานว่าภูกระดึง 

ภูกระดึงได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.2505 นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 2 ของประเทศไทย รองจาก อช.เขาใหญ่ 

สิ่งน่าสนใจ
แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดของอุทยานฯ อยู่บนยอดภู โดยมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (วังกวาง) เป็นศูนย์กลาง ทั้งเรื่องที่พักแหล่งกิน และการให้คำแนะนำและความช่วยเหลือ 

ที่เที่ยวแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ป่าเปิด คือ บริเวณทุ่งหญ้าป่าสนทางทิศใต้ของอุทยานฯ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยวได้เอง และป่าปิด คือบริเวณป่าดงดิบเขาทางทิศเหนือของอุทยานฯ ซึ่งยังคงมีสัตว์ป่าชุกชุม ทางอุทยานฯ จึงไม่เปิดให้เดินเที่ยวเอง หากจะเข้าไปเที่ยวชมต้องขออนุญาตก่อน 

สำหรับป่าเปิดมีเส้นทางและสถานที่น่าสนใจสำหรับเที่ยวชมดังนี้ 

เส้นทางขึ้นภู
- มีร้านอาหารและเครื่องดื่มตามจุดพัก
ทางเดินตั้งแต่เชิงภูขึ้นไปจนกระทั่งถึงหลังแปบนยอดภูระยะทางประมาณ 5 กม. เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างชัน แต่ก็สามารถเดินขึ้นได้โดยไม่ยากลำบากอย่างที่ร่ำลือกัน โดยมีจุดให้แวะพักหลายจุด ได้แก่ ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก พร่านพรานแป ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน และซำแคร่ จากหลังแปไปตามทางราบอีกประมาณ 3 กม. ก็จะถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(วังกวาง) 

เส้นทางเที่ยวน้ำตก
- บางช่วงมีทาก (ช่วงฤดูฝนจะยิ่งชุกชุม)
จุดเริ่มเส้นทางอยู่ด้านหลังบริเวณที่พักหรือบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(วังกวาง) เส้นทางส่วนใหญ่จะเลาะไปตามลำห้วยที่ร่มรื่นด้วยป่าดงดิบเขา ระยะทางประมาณ 5-6 กม. โดยสามารถเดินเป็นวงรอบได้ นอกจากน้ำตกสวยๆ ที่มีหลายแห่งแล้ว ยังมีต้นเมเปิล ซึ่งในช่วงปลายเดือน ธ.ค.-ม.ค. ใบเมเปิลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงโดยพร้อมเพรียงกัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้พบเห็น 

สำหรับผู้รักนก เส้นทางนี้มีนกสวยๆ ให้ดูหลายชนิด ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นนกเขนหัวขาวท้ายแดง และนกกางเขนน้ำหลังเทาซึ่งมักบินไปมาอยู่ตามลำน้ำ 

เส้นทางเที่ยวน้ำตกจะผ่านสิ่งน่าสนใจตามลำดับดังนี้ 

- น้ำตกวังกวาง อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (วังกวาง) ประมาณ 1 กม. ตัวน้ำตกมีสามชั้น สูงประมาณ 7 ม. ชั้นล่างสุดจะถูกกัดเซาะเป็นโพรงคล้ายถ้ำเล็กๆ เล่ากันว่าถ้ำได้น้ำตกนี้มีกาวางมาอาศัยอยู่เป็นประจำ จึงเรียกน้ำตกนี้ว่าวังกวาง ช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. จะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด เพราะมีน้ำไม่มากไม่น้อยเกินไป 

- น้ำตกเพ็ญพบใหม่ อยู่ห่างจากน้ำตกวังกวางประมาณ 1.7 กม. แม้จะไม่สูงนักแต่ก็เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง โดยตัวน้ำตกมีลักษณะเป็นผาหินที่พังลง เหนือน้ำตกเป็นลานหินมีหลุมกลมที่เรียกว่าหลุมกุมภลักษณ์อยู่มากมาย 

- น้ำตกโผนพบ เกิดจากลำห้วยสายเดียวกับน้ำตกเพ็ญพบใหม่ โดยอยู่ห่างจากน้ำตกเพ็ญพบใหม่ 200 ม. สายน้ำไหลตกลงมาตามแก่งหินเป็นชั้นๆ คล้ายขั้นบันได 

- น้ำตกเพ็ญพบ อยู่ด้านล่างของน้ำตกโผนพบ ห่างออกไปประมาณ 500 ม. เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาตามชั้นหินสามชั้น บริเวณนี้เป็นคุ้งน้ำโค้งไปทางขวามือ และมีลานหินกว้างและแอ่งน้ำ เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนและว่ายน้ำเล่น 

- น้ำตกถ้ำใหญ่ อยู่ห่างจากน้ำตกเพ็ญพบประมาณ 1 กม. เส้นทางจากน้ำตกเพ็ญพบมายังน้ำตกถ้ำใหญ่ผ่านป่าดงดิบที่ร่มครึ้มและสวยงาม ยิ่งในช่วงที่มีใบเมเปิลหล่นตามพื้นป่า สีของใบเมเปิล ขอนไม้ และก้อนหิน จะตัดกับสีเขียวของป่าดูงดงามตัวน้ำตกเป็นเพิงผาหินสีเทาซ้อนเป็นชั้นๆ สูงประมาณ 10 ม. 

- องค์พระพุทธเมตตา อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(วังกวาง) เพียง 500 ม. นอกจากเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเมตตาซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจของชาวภูกระดึงแล้ว ลานหินแห่งนี้ยังเป็นจุดที่ใกล้ที่สุดที่จะชมพันธุ์ไม้บนลานหินพวกกระดุมเงิน ดุสิตา หยาดน้ำค้าง เป็นต้น 

เส้นทางเที่ยวหน้าผา
- มีร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ผาหมากดูก ผานาน้อย และผาหล่มสัก
- ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและไฟฉายไปด้วย
- ช่วงลมแรงอย่าลืมใกล้หน้าผา

แม้ระยะทางจะไกล แต่ก็เป็นทางราบไปตลอด เดินง่ายและไม่เหน็ดเหนื่อยนัก จุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวมักเป็นการมาชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ซึ่งเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึงไปแล้ว 

เส้นทางช่วงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(วังกวาง)ถึงผาหมากดูกจะผ่านทุ่งหญ้าป่าสน ส่วนทางจากผาหมากดูกถึงผาหล่มสักจะเลาะเลียบมาตามหน้าผา ด้านซ้ายมือเป็นแนวผา ด้านขวามือเป็นทิวทัศน์ทุ่งหญ้าป่าสน ทั้งมีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจมากมายหลายชนิด เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง ส้มแปะ เอื้องต่างๆ เช่น เอื้องนวลจันทร์ เป็นต้น ชวนให้หยุดแวะชม 
สำหรับเส้นทางขากลับจากผาหล่มสัก เมื่อเดินมาถึงผานาน้อยให้ตัดไปทางสระแก้วและลานพระพุทธเมตตา เพื่อกลับไปยังศูนย์บริการฯ (วังกวาง) ซึ่งจะใกล้กว่าเดินตรงไปทางผาหมากดูก(ถ้าเดินจากผาหล่มสักผ่านผาหมากดูกไปยังศูนย์บริการฯ จะรวมเป็นระยะทางถึง 9 กม. ใช้เวลาเดิน 2-3 ชม.) 

นักท่องเที่ยวควรเตรียมเสื้อกันหนาวและไฟฉายไปด้วยและควรเดินกลับเป็นกลุ่ม สำหรับอาหารนั้น อาจรับประทานอาหารง่ายๆ เช่นข้าวเหนียวส้มตำ ที่ผาหล่มสัก หรือเตรียมเสบียงมาเองเพื่อกินรองท้อง ก่อนกลับไปกินมื้อเย็นที่ร้านอาหารบริเวณศูนย์บริการฯ สิ่งน่าสนใจบนเส้นทางมีตามลำดับดังนี้ 

- ผาหมากดูก อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (วังกวาง) ประมาณ 2 กม. เป็นหน้าผาที่เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตก มีลานหินกว้างให้นักท่องเที่ยวนั่งชมทิวทัศน์ได้ตามสบายเป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมา เพราะอยู่ใกล้ศูนย์บริการฯมากที่สุด 

- ผาจำศีล อยู่ห่างจากผาหมากดูกไปทางทิศตะวันตกประมาณ 600 ม. ลักษณะเป็นลานหินกว้าง เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนหรือชมทิวทัศน์ ข้างใต้ผามีเพิงผา สามารถเดินลงไปตามทางไปนั่งพักผ่อนได้ 

- ผานาน้อย อยู่ห่างจากผาจำศีลไปทางทิศตะวันตกประมาณ 700 ม. มีลักษณะเป็นลานหินขนาดใหญ่สำหรับชมทิวทัศน์ ในวันที่ทัศนวิสัยดีๆ มองออกไปจะเห็นภูผาจิตซึ่งเป็นภูยอดตัดอีกแห่งในเขต อช.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 

- ผาเหยียบเมฆ อยู่ห่างจากผานาน้อยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 2 กม. เป็นหน้าผาที่มีบริเวณสำหรับชมทิวทัศน์กว้างใหญ่พอสมควร และร่มรื่นด้วยสนต้นใหญ่หลายต้น ด้วยเหตุที่บริเวณหน้าผาไม่มีต้นไม้บดบังทัศนียภาพเบื้องล่าง เวลามีเมฆหมอกปกคลุมจึงเหมือนกับเรากำลังยืนอยู่บนก้อนเมฆจริงๆ ผาเหยียบเมฆเป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกและทัศนียภาพที่งดงามได้อีกจุดหนึ่ง แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก 

- ผาแดง อยู่ห่างจากผาเหยียบเมฆไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1.5 กม. เป็นหน้าผาที่มีพื้นที่ไม่กว้างขวางนัก มีรอยแยกของหินเป็นร่องลึก ในบริเวณมีต้นสนขนาดใหญ่ขึ้นอยู่มากช่วยให้บรรยากาศร่มรื่น แม้จะไม่เป็นที่นิยมเท่าผาหล่มสัก แต่ผาแดงก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการชมพระอาทิตย์ตก หากบริเวณผาหล่มสักมีนักท่องเที่ยวแออัดเกินไป 

- ผาหล่มสัก อยู่ห่างจากผาแดงไปทางทิศตะวันตกประมาณ 2.5 กม. เป็นผายอดนิยมและเป็นจุดหมายสำคัญที่สุดของผู้มาเยือนภูกระดึง นักท่องเที่ยวทุกคนล้วนมุ่งมาชมพระอาทิตย์ตกที่ผานี้และนั่งถ่ายภาพบนชะง่อนหินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา โดยมีสนต้นหนึ่งแผ่กิ่งก้านเป็นองค์ประกอบประดับไว้อย่างสวยงาม 

เมื่อมองจากผาหล่มสักไปทางทิศใต้จะเห็นภูผาจิตซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดใน อช.น้ำหนาว ส่วนยอดภูที่อยู่ทางทิศตะวันตกคือภูเรือที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาวเย็นที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยบริเวณผานี้ยังมีหินก้อนใหญ่ซึ่งมีกล้วยไม้และเฟินขึ้นอยู่หนาแน่น 

ผานกแอ่นและลานวัดพระแก้ว
- ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย
ผานกแอ่นเป็นหน้าผาสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (วังกวาง)ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กม. ช่วงฤดูหนาวในยามเช้าทิวทัศน์เบื้องล่างจะมีทะเลหมอกปกคลุมสวยงามมาก จนเมื่อแสนแดดขับไล่หมอกให้จางลงแล้วจึงจะเห็นทิวทัศน์ของบ้านผานกเค้า 

เมื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว สามารถเดินไปยังลานวัดพระแก้วซึ่งอยู่ห่างไปราว 500 ม. ได้ ลานหินแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2463 ช่วงปลายฝนต้นหนาวพันธุ์ไม้บนลานหิน เช่น ดุสิตา สร้อยสุวรรณา เอื้องม้าวิ่ง ฯลฯ จะพากันออกดอกงามละลานตา 

น้ำตกธารสวรรค์ อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(วังกวาง) ประมาณ 1.2 กม. เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่สวยงามพอสมควร ทางเดินจะอยู่ชั้นบนของน้ำตก หากต้องการเห็นน้ำตกชัด ๆ ต้องเดินลงไปชมที่ชั้นล่าง แต่ภาพสายน้ำที่ไหลจากลำธารเล็กๆ ผ่านพื้นดินสองฝั่งซึ่งมีมอสขึ้นคลุมจนเขียวครึ้ม ก่อนสวยงามน่าหลงใหลไม่แพ้กัน 

น้ำตกพระองค์ อยู่ห่างจากศูนย์บริการสักท่องเที่ยว(วังกวาง) ประมาณ 4 กม. เป็นน้ำตกขนาดเล็ก เกิดจากลำธารที่ไหลมาจากสระอโนดาต แม้นักท่องเที่ยวจะไม่ค่อยนิยมเข้าไปเที่ยวชมนัก แต่หมู่สนสามพันปีและพันธุ์ก่อต่างๆ ก็สร้างบรรยากาศร่มรื่นให้น่าแวะนั่งพักผ่อนมาก 

น้ำตกถ้ำสอเหนือและน้ำตกถ้ำสอใต้ น้ำตกถ้ำสอเหนืออยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(วังกวาง) ประมาณ 5 กม. เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่ง สายน้ำตกลงมาจากผาสูงประมาณ 10 ม. ลงสู่ลำธารที่แวดล้อมด้วยป่าดงดิบเขา นักท่องเที่ยวจะยืนชมน้ำตกจากชั้นบนหรือเดินลงไปที่ตีนน้ำตกก็ได้ บริเวณเหนือน้ำตกมีดงกุหลาบแดง ซึ่งในช่วงฤดูร้อนเมื่อกุหลาบแดงออกดอก บริเวณนี้จะสวยงามมาก 

ส่วนน้ำตกถ้ำสอใต้อยู่ถัดไปตามลำน้ำอีกราว 500 ม. เป็นน้ำตกที่ไม่ใหญ่นัก แต่บรรยากาศก็สวยงามด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ตั้งแต่มอสบนโขดหิน ไปจนถึงเฟินต้นซึ่งเป็นเฟินโบราณที่มีขนาดใหญ่ก็พบขึ้นอยู่ทั่วไป 

จากน้ำตกถ้ำสอเหนือ ถ้าจะไปผาหล่มสักให้ไปตามทางไปผาแดง แต่หากจะไปผาหมากดูก ก็ให้ไปทางสระอโนดาต 

สระอโนดาตและลานกินรี
 สระอโนดาตอยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว(วังกวาง) ประมาณ 2.7 กม. เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของสัตว์ป่าบนภูกระดึง โดยเฉพาะในหน้าแล้ง เพราะจะมีน้ำขังอยู่ตลอดปี สิ่งที่สร้างบรรยากาศให้สระแห่งนี้คือดงสนที่แวดล้อมอยู่ 

ส่วนลานกินรีอยู่ถัดไปจากสระอโนดาตไม่ไกลนัก เป็นสวนหินที่มีโขดหินน้อยใหญ่ ประดับประดาด้วยเฟินและกล้วยไม้ดูงามตา ตามลานหินมีพืชเล็ก ๆ พวกมอสขึ้นเป็นพรมสลับกับจอกบ่วาย ดุสิตา กระดุมเงิน และสร้อยสุวรรณา 

ส่งเมลล์ถึงผู้ให้ข้อมูลท่องเที่ยว
Email ของคุณ:


หัวข้อสถานที่ท่องเที่ยว:


ข้อความ:


แผนที่สถานที่ท่องเที่ยว
รูปไปเที่ยว
imageimageimage
Comments

ไม่มีความเห็น »

ยังไม่มีความเห็น

RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URL

ใส่ความเห็น

ดูข้อมูลท่องเที่ยว
ชื่อ:
จังหวัดที่ท่องเที่ยว:
ภูกระดึง จ.เลย
รายละเอียดการท่องเที่ยว
ที่มาจาก:
variety.teenee.com , พิกกี้โกะ
ข้อมูลท่องเที่ยวล่าสุด
image_ad
เที่ยวปาย กันไหม...
Price:
Posted on: 16 November, 2012
Widgets